ภาวะตะวันพลบค่ำ Sundowning สับสนตอนเย็น รับมืออย่างไร?
สรุปสั้น ๆ: ภาวะตะวันพลบค่ำ (Sundowning Syndrome) เกิดจากนาฬิกาชีวภาพในสมองแปรปรวนและความเหนื่อยล้าสะสมช่วงพลบค่ำ รับมือได้โดยเปิดไฟในบ้านให้สว่างก่อนแดดหมด ลดเสียงรบกวน และทำกิจกรรมที่คุ้นเคยเพื่อสร้างความผ่อนคลาย
เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงสู่ขอบฟ้า ผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมหลายครอบครัวมักต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดของวัน เมื่อผู้สูงอายุที่สงบนิ่งในช่วงเช้ากลับเริ่มมีอาการกระสับกระส่าย เดินวนไปมา เก็บกระเป๋าเรียกร้องจะกลับบ้าน หรือจำลูกหลานไม่ได้ ปรากฏการณ์นี้ทางการแพทย์เรียกว่า "ภาวะตะวันพลบค่ำ" หรือ Sundowning Syndrome
สาเหตุของภาวะตะวันพลบค่ำ (Sundowning Syndrome) เกิดจากอะไร?
Sundowning Syndrome ไม่ใช่โรคใหม่ แต่เป็นกลุ่มอาการทางพฤติกรรมที่พบในผู้ป่วยสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์สูงถึง 20-60% โดยมีสาเหตุหลักทางการแพทย์ดังนี้:
- ความผิดปกติของนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm): สมองส่วนไฮโปทาลามัสและต่อมไพเนียลที่ควบคุมการหลั่งเมลาโทนินเกิดความเสื่อม ทำให้ร่างกายสับสนระหว่างเวลากลางวันและกลางคืน
- ความเหนื่อยล้าสะสมทางสมอง: ตลอดทั้งวัน สมองของผู้ป่วยต้องใช้พลังงานอย่างหนักในการทำความเข้าใจสิ่งรอบตัว พอถึงช่วงเย็นจึงเกิดภาวะ "สมองหมดพลัง" (Cognitive Fatigue)
- แสงสลัวและการเกิดเงา: แสงเงาที่ทอดยาวในยามเย็นทำให้ผู้ป่วยที่สายตาฝ้าฟางมองเห็นสิ่งของบิดเบือนไปจนเกิดภาพหลอนหรือความกลัว
- ความทรงจำในอดีตเรื่องเวลาเลิกงาน: ความเคยชินเดิมในวัยทำงานว่าเมื่อถึงเวลาพลบค่ำจะต้องเดินทางกลับบ้านหรือไปรับลูก
5 วิธีปรับสภาพแวดล้อมรับมือภาวะตะวันพลบค่ำอย่างได้ผล
การจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจสำคัญอันดับหนึ่งในการลดความตื่นตระหนกของผู้ป่วย:
- เปิดไฟให้สว่างล่วงหน้า (Light Therapy): เปิดไฟในห้องนั่งเล่นและห้องนอนให้สว่างโร่ตั้งแต่ช่วง 16.00 น. ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน และปิดผ้าม่านให้สนิทเพื่อไม่ให้มองเห็นความมืดภายนอก
- สร้างความเงียบสงบในบ้าน: ปิดโทรทัศน์ที่มีฉากรุนแรงหรือเสียงดัง หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องดูดฝุ่น หรือเปิดเพลงบรรเลงที่มีจังหวะนุ่มนวลเบา ๆ
- ควบคุมเวลานอนกลางวันอย่างเคร่งครัด: ไม่ควรให้ผู้ป่วยนอนกลางวันเกิน 30-45 นาที และไม่ควรนอนหลังเวลา 14.00 น. เพื่อให้ร่างกายสะสมความง่วงไว้ในเวลากลางคืน
- เสิร์ฟของว่างอุ่น ๆ ช่วงบ่ายแก่ ๆ: นมอุ่น ชาสมุนไพรคาโมมายล์ หรือกล้วยน้ำว้า ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและกระตุ้นการสร้างสารเมลาโทนิน
- ชวนทำกิจกรรมง่าย ๆ ที่สร้างความคุ้นเคย: ให้ผู้ป่วยช่วยพับผ้าขนหนู รดน้ำต้นไม้ หรือจัดรูปภาพใส่สมุด เพื่อช่วยให้จิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ไม่ตึงเครียด
ตารางเปรียบเทียบ: กิจกรรมที่ควรทำ vs สิ่งที่ควรงดเว้น ในช่วงบ่ายแก่ ๆ
| ช่วงเวลา / ปัจจัย | กิจกรรมที่ควรส่งเสริม | สิ่งที่ควรงดเว้นเด็ดขาด |
|---|---|---|
| แสงสว่างในบ้าน | เปิดไฟโทน Daylight ให้สว่างทั่วทุกห้อง ปิดม่าน | ปล่อยให้บ้านมืดสลัว หรือเปิดไฟสลัวจนเกิดเงาหลอน |
| เครื่องดื่มและอาหาร | นมอุ่น กล้วยน้ำว้า ขนมปังกรอบชิ้นเล็ก | กาแฟ ชาเข้มข้น น้ำอัดลม และช็อกโกแลต |
| กิจกรรมร่วมกัน | ฟังเพลงย้อนยุคเบา ๆ ชวนคุยเรื่องอดีตที่มีความสุข | บังคับอาบน้ำตอนเย็น นั่งดูข่าวที่มีเสียงทะเลาะกัน |
| การตอบสนองผู้ป่วย | กอด ปลอบประโลม ชวนเดินเล่นในบ้าน | ดุว่า หรือบังคับให้นั่งนิ่ง ๆ อยู่บนเตียง |
สัญญาณเตือนที่ต้องแยกแยะออกจากอาการเพ้อเฉียบพลัน (Delirium)
ผู้ดูแลต้องสังเกตว่า หากผู้ป่วยเกิดอาการสับสนกะทันหันอย่างรุนแรงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือ 1-2 วัน ร่วมกับมีไข้ หอบเหนื่อย ไม่ยอมปัสสาวะ หรือซึมลงมาก อาการนี้อาจไม่ใช่ Sundowning ทั่วไป แต่เป็น "ภาวะเพ้อเฉียบพลัน" (Delirium) ที่เกิดจากโรคร้ายแรง เช่น ปอดอักเสบ หรือติดเชื้อในกระแสเลือด ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
คำถามที่พบบ่อย
หากผู้ป่วยยืนยันจะ "กลับบ้าน" ทั้งที่ยืนอยู่ในบ้านของตนเอง ควรตอบอย่างไร?
อย่าเถียงว่า "นี่คือบ้านตัวเอง" เพราะภาพบ้านในใจของผู้ป่วยคือบ้านในวัยเด็ก ให้ตอบรับอย่างนุ่มนวลว่า "ตอนนี้ข้างนอกมืดแล้ว รถติดมาก คืนนี้นอนพักที่นี่ก่อน พรุ่งนี้เช้าลูกจะพาไปส่งนะคะ" แล้วชวนดื่มนมอุ่น ๆ
การให้กินยานอนหลับช่วงเย็นช่วยแก้อาการ Sundowning ได้หรือไม่?
ไม่แนะนำให้ซื้อยานอนหลับให้ผู้ป่วยรับประทานเอง เพราะยานอนหลับบางชนิดอาจทำให้ผู้สูงอายุสับสนมึนงงมากขึ้น เกิดอาการเดินเซ และเสี่ยงต่อการหกล้มกระดูกสะโพกหัก ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อปรับยาอย่างปลอดภัย
ภาวะตะวันพลบค่ำมักจะคงอยู่นานกี่ชั่วโมงในแต่ละวัน?
โดยทั่วไปอาการมักเริ่มขึ้นช่วง 16.30 - 18.00 น. และจะค่อย ๆ บรรเทาลงเมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำหรือหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับประทานอาหารเย็นและเตรียมตัวเข้านอน ใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง
แหล่งอ้างอิง
แหล่งที่มา: ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล
