พ่อแม่สมองเสื่อมเริ่มโมโหร้าย หวาดระแวง ด่าทอ รับมืออย่างไร?
สรุปสั้น ๆ: เมื่อผู้ป่วยสมองเสื่อมมีอารมณ์โมโหร้าย หวาดระแวง หรือด่าทอ หัวใจสำคัญคือ "ห้ามโต้เถียงด้วยเหตุผลเด็ดขาด" ให้ถอยห่าง 1-2 ก้าวเพื่อความปลอดภัย ใช้น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลรับฟังอารมณ์ แล้วใช้เทคนิคเบี่ยงเบนความสนใจไปสู่สิ่งที่ผู้ป่วยคุ้นเคยและชอบทำแทน
การเห็นพ่อแม่หรือผู้สูงอายุที่เคยใจดีเปลี่ยนไปเป็นคนฉุนเฉียว โมโหร้าย หวาดระแวงว่าจะถูกปองร้าย หรือด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง เป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจให้ลูกหลานอย่างมาก แต่สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่า นี่คืออาการของโรคสมองเสื่อม ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของท่าน
ทำไมผู้ป่วยสมองเสื่อมถึงเริ่มมีอารมณ์โมโหร้ายและหวาดระแวง?
อาการก้าวร้าวและหวาดระแวงจัดอยู่ในกลุ่มอาการ BPSD (Behavioral and Psychological Symptoms of Dementia) ซึ่งเกิดจากความเสื่อมของเซลล์สมองส่วนหน้าและสมองส่วนควบคุมอารมณ์ ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการยับยั้งชั่งใจ คู่มือการพยาบาลผู้ป่วยสมองเสื่อมของโรงพยาบาลศิริราชระบุสาเหตุกระตุ้นสำคัญดังนี้:
- ความกลัวและความสับสนในสิ่งแวดล้อม: เมื่อจำไม่ได้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน หรือจำคนในบ้านไม่ได้ ผู้ป่วยจะรู้สึกตกอยู่ในอันตรายตลอดเวลา
- ความเจ็บป่วยทางกายที่สื่อสารไม่ได้: อาการปวดข้อ ท้องผูกอย่างรุนแรง ปัสสาวะไม่ออก หรือการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
- ความรู้สึกสูญเสียการควบคุม: การถูกสั่งห้ามทำสิ่งต่าง ๆ หรือถูกบังคับให้ทำกิจวัตรที่ไม่เข้าใจ เช่น การจับแก้ผ้าเพื่อพาไปอาบน้ำ
5 ขั้นตอนรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อผู้ป่วยเริ่มอาละวาด
เมื่อเกิดเหตุการณ์ผู้ป่วยส่งเสียงเอะอะ ด่าทอ หรือเริ่มขว้างปาข้าวของ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยทันที:
- รักษาระยะห่างที่ปลอดภัย: ถอยออกมา 1-2 ก้าว ไม่ยืนประจันหน้าในมุมอับ และเก็บของมีคมหรือวัตถุที่อาจเป็นอาวุธให้พ้นมือ
- ปรับระดับสายตาและภาษากายให้ผ่อนคลาย: ก้มตัวหรือนั่งลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ไม่กอดอก ไม่ชี้นิ้ว และผายมืออย่างเปิดเผย
- ไม่ใช้เหตุผลหักล้าง (Do Not Argue): การพูดว่า "พ่อคิดไปเอง ไม่มีใครแกล้งพ่อหรอก" จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกโดดเดี่ยวและโกรธมากขึ้น
- ยอมรับอารมณ์ความรู้สึก (Validation): ตอบสนองด้วยความเห็นอกเห็นใจ เช่น "คุณแม่กำลังกังวลใช่ไหมคะ ไม่เป็นไรนะ ลูกอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวลูกช่วยดูให้นะ"
- เบี่ยงเบนความสนใจ (Distraction): พาเปลี่ยนบรรยากาศ เช่น ชวนไปดื่มน้ำเย็น ๆ เปิดเพลงโปรดในอดีต หรือชวนดูรูปถ่ายเก่า ๆ เพื่อเปลี่ยนอารมณ์
ตารางเปรียบเทียบ: สิ่งที่ควรทำ vs สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เมื่อผู้ป่วยก้าวร้าว
| สถานการณ์ | สิ่งที่ควรทำ (แนะนำ) | สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (อันตราย) |
|---|---|---|
| เมื่อถูกด่าทอด้วยคำหยาบ | นิ่ง เงียบ สูดหายใจลึก ๆ ตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล | ตะคอกกลับ สั่งสอน หรือทวงบุญคุณความกตัญญู |
| เมื่อผู้ป่วยระแวงว่ามีคนจะมาฆ่า | ปลอบว่าปลอดภัย มีลูกคอยดูแล เดินตรวจดูรอบห้องด้วยกัน | บอกว่าผู้ป่วยเพ้อเจ้อ บ้า หรือหัวเราะเยาะ |
| เมื่อเริ่มขว้างปาสิ่งของ | ถอยไปอยู่ในจุดปลอดภัย และให้ผู้ป่วยมีพื้นที่สงบสติอารมณ์ | พุ่งเข้าไปจับล็อกแขนหรือใช้กำลังบังคับ |
| หลังเหตุการณ์สงบลง | ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปฏิบัติตัวอย่างอบอุ่นตามปกติ | พูดรื้อฟื้นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือตัดพ้อให้น้อยใจ |
เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาใช้ยา?
หากพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงจนเสี่ยงเกิดอันตรายต่อตัวผู้ป่วยและคนในครอบครัว นอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืน หรือมีภาพหลอนรุนแรง ควรพาไปพบแพทย์ระบบประสาทหรือจิตแพทย์ผู้สูงอายุ เพื่อตรวจหาสาเหตุทางกาย เช่น ภาวะเพ้อ (Delirium) หรือพิจารณาให้ยากลุ่มปรับสารสื่อประสาทในขนาดต่ำอย่างเหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย
พ่อแม่ใช้คำหยาบคายที่ไม่เคยพูดมาทั้งชีวิต เกิดจากอะไร?
เกิดจากสมองส่วนควบคุมพฤติกรรมทางสังคมและการยับยั้งชั่งใจ (Frontal Lobe) ถูกทำลายจากโรค ทำให้คำศัพท์ที่ถูกเก็บไว้ในสมองส่วนลึกหลุดออกมาโดยไม่มีตัวกรอง ไม่ใช่เจตนาทำร้ายจิตใจลูกหลาน
ควรล็อกห้องขังผู้ป่วยไว้ตอนที่กำลังโมโหร้ายหรือไม่?
ไม่ควรอย่างยิ่ง การขังห้องจะเพิ่มความตื่นตระหนก ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกถูกคุกคาม และอาจพยายามทุบประตู ปีนหน้าต่าง หรือทำร้ายตนเองจนเกิดอันตรายถึงชีวิต
ถ้าผู้ดูแลเผลอตะคอกกลับเพราะทนไม่ไหว ควรทำอย่างไร?
ให้ก้าวออกมาพักใจนอกห้องทันที ให้อภัยตัวเองว่าเราเป็นมนุษย์ที่มีความเหนื่อยล้า เมื่อสงบลงแล้วค่อยกลับเข้าไปดูแลใหม่ โดยไม่ต้องกังวลว่าผู้ป่วยจะจำเรื่องที่ทะเลาะกันได้ เพราะความจำระยะสั้นของผู้ป่วยจะลบเลือนไปอย่างรวดเร็ว
แหล่งอ้างอิง
แหล่งที่มา: ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล
