พินัยกรรมชีวิต (Living Will): สิทธิปฏิเสธการรักษาตาม ม.12
สรุปสั้น ๆ: หนังสือแสดงเจตนาปฏิเสธบริการสาธารณสุขในวาระสุดท้าย (Living Will) ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 คือสิทธิตามกฎหมายของทุกคนในการระบุความปรารถนาล่วงหน้าว่าไม่ประสงค์จะรับการรักษาที่มุ่งเพียงยืดความตาย เช่น การปั๊มหัวใจหรือเจาะคอใส่ท่อช่วยหายใจเมื่อถึงระยะท้าย เพื่อจากไปอย่างสงบตามธรรมชาติ และช่วยปลดล็อกความทุกข์ใจของครอบครัวในการตัดสินใจแทน
เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่วาระสุดท้ายของชีวิตและไม่สามารถสื่อสารได้ ครอบครัวมักต้องเผชิญกับทางแยกที่เจ็บปวดที่สุดระหว่างการ "ยื้อชีวิตด้วยเครื่องจักร" หรือ "ปล่อยให้จากไป" ความลังเลนี้มักนำไปสู่ความรู้สึกผิดตราบาปในใจว่าตนเองอกตัญญู การทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้าจึงเป็นของขวัญแห่งความรักชิ้นสุดท้ายที่ผู้ป่วยมอบให้แก่ครอบครัว
พินัยกรรมชีวิตคืออะไร และแตกต่างจากพินัยกรรมมรดกอย่างไร?
พินัยกรรมชีวิต (Living Will หรือ Advance Directive) ไม่ใช่พินัยกรรมจัดสรรทรัพย์สิน และไม่ใช่การเร่งให้เสียชีวิต แต่เป็นเอกสารแสดงเจตนารมณ์ด้านการรักษาพยาบาล:
| ประเด็น | พินัยกรรมชีวิต (Living Will ม.12) | การุณยฆาต (Euthanasia) | พินัยกรรมมรดก (พินัยกรรมทรัพย์สิน) |
|---|---|---|---|
| เป้าหมาย | ปฏิเสธการยื้อความตายที่ไร้ประโยชน์ ปล่อยให้จากไปตามธรรมชาติ | เร่งให้เสียชีวิตด้วยการฉีดยา (ผิดกฎหมายไทย) | จัดการแบ่งทรัพย์สิน ที่ดิน เงินฝาก หลังเสียชีวิต |
| ผลทางกฎหมาย | คุ้มครองแพทย์และครอบครัวตาม ม.12 พ.ร.บ. สุขภาพ | มีความผิดทางอาญา | มีผลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ |
| การดูแลที่ได้รับ | ยังคงได้รับการดูแลบรรเทาปวดและเช็ดตัวให้สุขสบาย | ไม่มีการดูแลตามธรรมชาติ | ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล |
5 องค์ประกอบสำคัญในการทำหนังสือแสดงเจตนาตาม ม.12
ตามกฎกระทรวงสาธารณสุข หนังสือแสดงเจตนาควรระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน:
- ข้อมูลผู้ทำหนังสือ: ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ และข้อความยืนยันว่ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ขณะทำเอกสาร
- ระบุสถานการณ์ทางการแพทย์: มีผลบังคับใช้เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าอยู่ใน "วาระสุดท้ายของชีวิต" (End of Life) หรือภาวะสมองตายที่ไม่สามารถฟื้นคืนได้
- การรักษาที่ไม่ประสงค์จะรับ: เช่น ไม่ต้องการการกู้ชีพด้วยการปั๊มหัวใจ (CPR), ไม่ต้องการใส่ท่อช่วยหายใจ (Intubation), ไม่ต้องการการฟอกไตฉุกเฉิน หรือการผ่าตัดใหญ่ที่ไม่มีผลรักษาโรค
- การดูแลที่ยังต้องการ: ระบุชัดเจนว่ายังคงประสงค์จะรับการดูแลบรรเทาความเจ็บปวด ยาระงับอาการเหนื่อยหอบ การดูแลความสะอาดช่องปาก และการเช็ดตัว
- การแต่งตั้งผู้แทนสุขภาพ (Surrogate Decision Maker) และพยาน: ระบุชื่อบุคคลที่ไว้วางใจให้ทำหน้าที่สื่อสารเจตจำนงแทนเมื่อผู้ทำหมดสติ พร้อมลายมือชื่อพยานอย่างน้อย 2 คน
ขั้นตอนการนำหนังสือแสดงเจตนาไปใช้จริง
- ทำสำเนา 3–4 ชุด: เก็บฉบับจริงไว้ที่บ้านในจุดที่หาง่าย มอบสำเนาให้ผู้แทนสุขภาพ และนำสำเนาอีกชุดไปมอบให้แพทย์เจ้าของไข้เพื่อบันทึกแนบไว้ในเวชระเบียนของโรงพยาบาล
- เปิดใจพูดคุยกับคนในครอบครัว: อธิบายเหตุผลให้ลูกหลานเข้าใจว่านี่คือความปรารถนาของตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาทหรือความขัดแย้งหน้าห้องฉุกเฉิน
- สามารถปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกได้เสมอ: ตราบใดที่ยังมีสติสัมปชัญญะ ผู้ทำสามารถฉีกทำลาย ปรับแก้ข้อความ หรือเขียนฉบับใหม่ได้ตลอดเวลา
คำถามที่พบบ่อย
การเซ็นปฏิเสธการรักษาตาม ม.12 เท่ากับการปล่อยให้ผู้ป่วยนอนทรมานใช่หรือไม่?
ไม่ใช่เลย การปฏิเสธการรักษาตาม ม.12 หมายถึงการปฏิเสธเครื่องมือยื้อความตายที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ แต่ทีมแพทย์จะยังคงให้การดูแลรักษาตามแนวทางประคับประคองอย่างเต็มที่ ทั้งการให้ยาระงับปวด ยาคลายกังวล การให้ออกซิเจน และการดูแลความสุขสบายทางกายจนถึงวินาทีสุดท้าย
ต้องไปทำเอกสารนี้ที่อำเภอหรือจ้างทนายความหรือไม่?
ไม่จำเป็น หนังสือแสดงเจตนาตาม ม.12 สามารถเขียนด้วยลายมือตนเองหรือพิมพ์ลงบนกระดาษธรรมดา โดยมีผู้ทำลงลายมือชื่อและมีพยานลงชื่อรับรอง 2 คน ก็มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย หรือสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มากรอกได้
หากญาติไม่ยอมปฏิบัติตามหนังสือแสดงเจตนา แพทย์จะฟังใคร?
ตามกฎหมาย มาตรา 12 คุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยเป็นสำคัญ หากหนังสือแสดงเจตนาทำขึ้นอย่างถูกต้องและชัดเจน แพทย์มีหน้าที่เคารพเจตนารมณ์ของผู้ป่วยเป็นหลัก อย่างไรก็ดี ทีมแพทย์จะใช้การพูดคุยทำความเข้าใจกับครอบครัวอย่างนุ่มนวลเพื่อคลายความกังวลใจของญาติ
แหล่งอ้างอิง
- ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี — เอกสารและแนวทาง Advance Directive ในการบริบาลประคับประคอง
- ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช — สิทธิผู้ป่วยและแนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
- ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย — การวางแผนดูแลล่วงหน้าสำหรับผู้ป่วย
แหล่งที่มา: ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี (การบริบาลแบบประคับประคอง)
